| ✚✚ ΛiяRiä ƒr●м...님의 프로필A lull in the rain...사진블로그리스트 | 도움말 |
|
|
A lull in the rain...สายฝนค่อย ๆ เปล่งเสียงอย่างเนิบช้า ราวกับขับกล่อม... ฤๅกัดกร่อน ? 9월 20일 วันแห่งการปฏิรูปที่ทำให้ทัศนคติของฉันเปลี่ยนไป... (นิดหน่อย)วันนี้เป็นวันที่เกิดการปฏิรูปบ้านเมือง !
เวลาตี 5 ครึ่งโดยประมาณ ฉันได้รับโทรศัพท์จากป้าไอ้แพร์ (รูมเมตฉัน) ว่าวันนี้ไม่ต้องไปม.แล้วนะ ทหารเข้ายึดอำนาจรัฐบาลแล้ว และ
หลังจากป้าไอ้แพร์วางสายไป ฉันก็เลยโทรหาท่านแม่ และได้รับคำยืนยันว่า ได้มีการประกาศกฏอัยการศึกแล้วด้วย (เขียนถูกป๊ะเนี่ย ?)
ฉันไม่ได้ตกใจ... เท่าที่ควร เพราะเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเป็นหยั่งงี้ซักวัน ในหัวฉันมันคิดแค่เพียงว่า แล้ววิชาหลักเคมีคลาสสุดท้ายของ
เทอมที่มีเรียนในวันนี้ล่ะ !? ไอ้สิ่งที่ฉันต้องเอาไปตอบในกระดาษทดสอบความรู้งี่เง่า ๆ ในวันพุธหน้าล่ะ !?
...
... จะบ้าหรอ... นั่นมันจะเห็นแก่ตัวและเพิกเฉยต่อประเทศชาติเกินความเป็นคนไปหน่อยแล้ว นิสัยหยั่งงั้นไม่มีอยู่ในกมลสันดานของฉัน !
ฉันก็เป็นคนไทยคนหนึ่งนะ ! ต้องติดตามผลหน่อยสิ !
...
... คุณคิดว่าจะได้อ่านอะไรต่อจากนี้กันล่ะ ?
การรายงานสดชนิดลูกกะตาแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับจอ TV ?
บทวิพากษ์การกระทำของทุกฝ่ายอย่างเผ็ดร้อน ?
คำบอกเล่าสด ๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายทหารแถว ๆ ถนนราชดำเนินจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ ?
...
... ฉันจะบอกว่า ผิดหมดเลยยยย เพราะ...
1. ลูกกับพ่อไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แม้พ่อของฉันจะนั่งเฝ้า TV ราวกับเป็นแม่คนที่สองของฉันเพื่อจะติดตามผลอย่างประชั้นชิดก็ตามที
ฉันคงไม่ทำขนาดนั้นหรอกนะ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ห้องฉันไม่มี TV ตะหาก !!
2. ฉันไม่ได้ติดตามข่าวการเมือง (เหตุสืบเนื่องมาจากข้อ 1. เป็นบางส่วน) จึงไม่มีข้อมูลมากพอและถูกต้องแม่นยำพอที่จะไปวิพากษ์ใคร (แม้จริง ๆ แล้วฉันจะชังน้ำหน้า (ex.) ผู้นำประเทศหน้าเหลี่ยมอย่างเต็มประตูก็เถอะ)
3. ฉันไม่อาจหาญพอที่จะโผล่หัวออกไปมีส่วนร่วมกับคนอื่นเขา (เหตุสืบเนื่องมาจากข้อ 2. และความกลัวตาย - -") แล้วตกลงฉันจะพูดถึงอะไรกันแน่เนี่ย !?
คุณคงเบื่อจะแย่กับการอารัมภบทของฉัน แต่เรื่องต่อไปนี้มันน่าเบื่อยิ่งกว่าอีก ขออารัมภบทต่ออีกหน่อยแล้วกันว่า จริง ๆ ฉันก็อยากจะ
เกาะติดสถานการณ์บ้านเมืองอยู่หรอก แต่เผอิญฉันมีแค่วิทยุในมือถือที่ทำได้แค่เพียงฟังการรายงานความเคลื่อนไหวที่ซ้ำไปซ้ำมาทุก ๆ
10 นาที ! แค่นั้นยังน่าเบื่อไม่พอเท่ากับการที่ฉันมานั่งบ้าตื่นเต้นอยู่คนเดียวขณะที่รูมเมตของฉันมันยังนอนอุตุสบายกายอย่างไม่รู้ร้อนรู้
หนาวอะไรเลยนี่สิ !
... อืม โอเค ... เอาเป็นว่าพับโครงการติดตามข่าวไปซะดีกว่า แทนที่ฉันจะทำเป็นไม่สนใจและนอนต่อบ้าง หยั่งงั้นก็น่าจะดี แต่นิสัยเสีย
ของฉันคือ พอตื่นเต็มตาแล้วก็ไม่มีอารมณ์จะกลับไปหลับอีกหรอกนะ ! ฉันรู้สึกเบื่อมากขึ้นและเริ่มมองหาอะไรทำภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้
เพื่อมาขัดตาทัพอารมณ์เซ็งโลก...
นั่นไง... เจอแล้ว... Bioscope !!
นั่นแหละ คือสิ่งที่ฉันจะพูดถึง... ฉันปล่อยทิ้งนิตยาสารหนังอย่าง Bioscope , Pulp , Starpics (แต่ 1 ในนั้นฉันชอบ Bioscope ที่สุด) นับหลาย 10 เล่มไว้บนชั้นวาง
หนังสืออย่างนั้นเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว มันก็แสนจะซื่อสัตย์เหลือเกินที่ยังตั้งตระหง่านโพสต์ท่าเรียงกันอยู่เป็นระเบียบโดยไม่ยับ
ไม่ขึ้นเหลือง และไม่หนีหายไปไหน (ก็เพราะแกไม่แตะต้องมันเลยไงล่ะ !) เป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ฉันเริ่มขึ้นปี 1 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เนี่ยแหละ พอก้าวเข้ารั้วม. ฉันก็ทำได้แค่ซื้อมันมาเปิดดูผ่าน ๆ อ่านบางเรื่อง และจับมันยัดบนชั้นวางหนังสือไปรวมกับเพื่อน ๆ มันที่อยู่
มาก่อนแล้ว ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นนักศึกษา Photo&Cine Dept. นะ ! งานต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะงานหลวงหรืองานราษฎ์ มันบดเบียด
เวลาสำเริงสำราญในการดื่มด่ำกับ Recommended หนังใหม่ ๆ Review หนังดี ๆ สำหรับฉันไปเสียแทบหมดสิ้น ถ้าไอ้งานพวกนั้นมัน
เป็นงานจากวิชา Major ที่ฉันต้องใช้ทำมาหาแdกล่ะก็ ฉันจะไม่บ่นซักคำ ! พอดีว่าฉันเรียนเพื่อจะถ่ายภาพและทำหนัง ไม่ได้จะเป็นนัก
วิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ หรือนักเศรษฐศาสตร์ !
เอ่อ... พอเหอะ บ่นไปก็เท่านั้น ยังไงฉันก็ต้องดิ้นรนไม่ให้ติด F วิชาพวกนั้นอยู่ดี เอาเป็นว่ากลับมาเข้าเรื่องต่อดีกว่า ออกนอกเรื่องไปซะ
ไกลโขเชียว...
วันนี้ฉันมีเวลาได้อ่านนิตยาสารพวกนั้นแทบจะทั้งวัน แรกเริ่มเดิมทีฉันก็อ่านไปอย่างง่วง ๆ (ถึงแม้ฉันจะตื่นเต็มตาแล้วก็ยังรู้สึกง่วงอยู่ดี
น่ะแหละ) แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ฉันก็ได้หลุดเข้าไปในโลกของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ... โลกที่มีแต่ฉัน กับ Bioscope ! บทความหลาย
ๆ เรื่องจาก Bioscope หลาย ๆ เล่ม มันดึงดูดฉันให้อ่าน ๆๆ ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างวางไม่ลง มันบรรจุไปด้วยเรื่องของหนังที่ฉันรัก ผู้กำกับที่
ฉันซูฮก ตากล้องที่ฉันชื่นชม และอีกหลาย ๆ เรื่องที่น่าสนใจเอามาก ๆ
Bioscope เล่มล่าสุดเป็นเล่มแรกที่ฉันทำการชำแหละอย่างละเอียด (จริงอ่ะ ?) ฉันพูดได้เลยว่าเนื้อหาในเล่มนี้น่ะ ฉันชอบทั้งเล่มเลย
มันมีทั้งข่าวสารใหม่ ๆ และความรู้เก่า ๆ ที่ฉันลืมไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะเล่มนี้มีหนังหลาย ๆ เรื่องที่ฉันสนใจ อย่าง Death Note , 13 ,
WTC และ The Host ที่ฉันไม่เคยคิดจะดู แต่ก็ต้องเอากลับมาทบทวนใหม่จากบทความในเล่มนี้ล่ะ พอได้อ่านแล้วก็รู้ว่า จริง ๆ แล้วมันไม่
ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดน่ะ อ่อ แล้วยังมีบทความดี ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้กำกับจีนรุ่นที่ 6 กับการต่อสู้กับรัฐบาลเพื่อหนังแฉสภาพสังคม
ของพวกเข้าอีกด้วย
ต่อมา ฉบับที่ 40 column ทีละเฟรม ของคุณธวัชพงศ์ ตั้งสัจจะพจน์ เขียนถึงงาน amimation แบบ stopmotion ของ แจน ชแวงเมเยอร์
อนิเมเตอร์ชาวเชคผู้มีหัวใจขบฎอย่างสุดซึ้ง ผลงานของเขามีเสน่ห์มากขนาดที่ทำเอาฉันหลงรักตั้งแต่เห็นแค่ภาพ เขานำสิ่งของรอบ ๆ
ตัวมาประกอบกันและจัดวางได้อย่างลงตัวราวกับพวกมันมีชีวิตภายใต้คอนเซ็ปต์แบบ surrealism ที่เอาสิ่งของต่าง ๆ มาใช้เป็น
สัญลักษณ์เพื่อตีความเสียดสีทางการเมืองได้อย่างแยบยลและน่าหลงไหล พอฉันได้ดูของจริง ๆ ก็ถึงกับเพ้อไปหลายวันจนเพื่อน ๆ หาว่า
บ้า กันไปข้างเลยล่ะ (เหอะ ๆ nostalgia พุ่งพล่านจริง ๆ)
หรือไม่ว่าจะเป็น column วิจารณ์หนังด้วยจิตวิทยา ของคุณเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ (ฉันเกือบลืมไปซะแล้วว่าฉันชอบ Bioscope ก็
เพราะคอลัมน์ของเขาคนนี้นี่แหละ) ในฉบับเดียวกันนั้น เขาหยิบเอาหนึ่งในหนังที่ฉันชอบ เรื่อง Suicide Club มาวิเคราะห์ด้วยจิตวิทยา
(ตามชื่อคอลัมน์เลย) ตอนแรกที่ฉันได้อ่านบทความชิ้นนี้ของเขา ฉันคัดค้านอยู่ในทีด้วยอารมณ์เด็ก ๆ ที่ยังเห่อหนังที่ชอบอยู่เอาการ แต่ก็
เห็นด้วยกับอารมณ์ขำ ๆ ในฉากที่เด็กม.ปลายชวนกันกระโดดตึก (แหน่ะ อยากรู้ล่ะสิ หาดูเอาเองนะ) พอตอนนี้ฉันเริ่มเปิดหูเปิดตารับ
คำวิจารณ์จากคนอื่นบ้างแล้ว เริ่มมองเห็นจุดบกพร่องในบางส่วนของหนัง แต่ตอนนี้ฉันก็ยังคิดเหมือนเดิมว่าหนังเรื่องนี้สื่อสารกับฉันได้
ฉันรับรู้ว่าผู้กำกับต้องการให้มันเป็นหนังเสียดสีสังคม ถึงมันจะไม่สมประกอบก็ตามทีล่ะนะ
อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์หนังของคุณเปรมปพัทธก็สร้างความประทับแก่ฉันอย่างมากจนทำให้ฉันเป็นแฟนคอลัมน์เขาสุด ๆ ในช่วงม.5
-ม.6 (ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ) ก็เพราะงานของเขานี่แหละ ยิ่งทำให้ฉันอยากเรียนจิตวิทยาเข้าไปใหญ่ ทั้งคอลัมน์ของเขาและคุณธวัช
พงศ์ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้อารมณ์ coming of age ยังไงชอบกล (แม้จะเพิ่งผ่านไปไม่ถึงปีก็ตามเหอะ)
ตอนนั้นฉันเคยคิดว่า ฉันคงเป็นได้แค่คนบ้าหนัง คนเสพหนังไปวัน ๆ คงเป็นคนทำหนังที่ดีไม่ได้เป็นแน่ ฉันกลัวที่จะลงมือทำหนังซักเรื่อง
ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังของฉันคงไม่ดีพอที่จะได้รับการยอมรับ กลัวการปฏิเสธจากคนดู กลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อการตลาดที่กร่นด่าอยู่เสมอ
ๆ ว่ากัดกร่อนศิลปะ กลัวว่าจะกลายเป็นคนทำลายศิลปะซะเองด้วยความเห็นแก่เงิน จนกระทั่งได้มาเรียนที่นี่ ความคิดนั้นก็ยังไม่ถูก
หักล้างไปซะทีเดียว ฉันยังคงกลัวว่าหนังของฉันจะถูกด่าว่าห่วย ไร้สาระ ดูไม่รู้เรื่อง ฉันยังไม่กล้าจะทำหนังใน ตอนนี้ ฉันคิดเพียงว่า รอ
ฉันเรียนทฤษฎีการทำหนังก่อน ซักปี 3 แล้วฉันจะทำหนัง...
รอ...
จะ...
มันจะมีความหมายอะไรที่ฉันได้เป็นนักศึกษาแผนกนี้ หากยังมีคำว่า "รอ" หรือ "จะ" ในสารบบความคิดของฉันอยู่ ฉันเพิ่งคิดได้ว่า ตอนนั้น
ถ้าฉันคิดว่าตัวเองจะเป็นได้เพียงแค่คนบ้าหนังจริง 2 ใน 4 อันดับคณะที่ฉันเลือก คงไม่ใช่เทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์...
P.$. ชอบ Bioscope จากใจจริงนะ ไม่ได้รับค่าโฆษณาหรือมีญาติฝ่ายไหนทำงานอยู่อย่างแน่นอน เหอ ๆ
9월 4일 ใจบางบาง...เป็นอย่างงี้บ่อย ๆ ก็ไม่ดีนะ
ไม่ดีมาก ๆ เลยด้วย...
พอซักทีเหอะ ก็ซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว
จำไม่ได้รึไง ?
calm down... please
อยู่นิ่ง ๆ ซะทีจะดีมั้ย ?
ทำไมต้องหาเรื่องทำร้ายตัวเอง ?
ไม่เจ็บ ไม่มีความสุข... ?
มึงเป็นมาโซคิสรึไง ?
มีสติ...
รู้ตัว...
หน่อยเหอะ
"สุขเพียงสุขเล็กน้อย... ยามพบคนถูกใจ
แต่พอเจ็บมันเจ็บเกินใคร เป็นเพราะใจเราบางเหลือเกิน..."
8월 14일 ~ I believe I can add the Photo !! ~5555555+ ตรวยเอ๊ยยย ในที่สุดกูก็อัพรูป
ได้แย้ว เฮ้ววววว ชาริท ชาริท !!~ แมร่ง ก่า
จะอัพได้ เหงือกแห้งเลย หุหุ สู้สำมะเร็จแล้ว
นะกั๊บพี่เพลสสัน !! แหะ แทงส์หลายที่มาให้
กำลังใจ หุหุ เอาเป็นว่ามาคุยกันหน่อยดีก่า...
เมล์เก่า die_only@hotmail นั่นเพิ่งเปลี่ยน
เมื่อมินานมาเป็น anachronicle@msn น่ะ
รู้สึกอาลัยอาวรณ์นิด ๆ เพราะใช้มาตั้งกะม.1 อ่ะ
แต่อารามอยากเปลี่ยน เลยเลยตามเลยซะ แล้วก็
เปลี่ยนสเปซด้วย จาก etherism.spaces.live
เป็น alullintherain.spaces.live อ่ะ นะ ^^
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้โดดเรียนคอมกลับ
ไปเยียนโรงเรียนเก่า เหตุด้วยว่าต้องไปเจรจาเรื่อง
หนังสืออนุสรณ์กะโรงพิมพ์และผ.อ. เหตุเพราะแม่ง
เน่าหลายแหล่ ผิดบานตะไท เด็ก ๆ เพื่อน ๆ ร้องเรียน
กันป็นแถวเป็นแนว ปรากฏว่าเวลาพอถึงเวลาจริง ๆ...
ผ.อ. เจือกติดประชุมด่วน -*- เซ็งแสดดด รู้สึกมา
เสียเที่ยว แต่คิดดี ๆ แล้วก็ดี เพราะจาได้ไปมิตติ้งกะ
เพื่อน ๆ ที่ห้อง หุหุ วันนั้นมากัน 10 กว่าคน เราไปกะ
แก๊งไข่เจียวก่อน มากันครบแก๊งเยย แด๊กซิสเลอร์กัน
พออื่มหนำ เค้าก็ไป !! T^T วิว พิ้งค์ แคท บอกว่าจะ
กลับไปอ่านหนังสือที่หอ เหลือเรากะแนนซี่ เลยไปกะ
พวกวรรณ แป้ง แพรวม้า อู๋ เอก อรรถ ป่าน เบ๋ว ยู้ ขวัญ
มันไปแด๊กพิซซ่ากัน ก็เฮฮาปาร์ตี้ เสร็จแล้วก็ไปหาที่
นั่งเม้าส์ต่อที่สเวนเซนส์ นังโอ๊ตตามมาสมทบ ขอบอก
ว่ามานั่งเม้าส์เรื่องผีกันล้วน ๆ แยกเป็น ฝั่งม.ธ.รังสิต...
ฝั่งม.ศ.ว. ศาลายา โอ้โหหหห พ่อเจ้า !!! ผีหอกอาราย
ก็ไม่รู้ น่ากลัวโคตร~~ เป็นเราคงจะไม่ทนอยู่ต่อแล้วอ่ะ
ข้าน้อยมิใช่คนกลัวผีแต่อย่างใด แต่พอฟังอีพวกนี้เล่าแล้ว
ก็ชวนให้ขนลุกไม่ แม่ง น่ากลัวอิ๊บ !!! สามทุ่มแก่ ๆ ต่าง
แยกย้ายกันกลับรัง มีเราที่ต้องกลับหอซึ่งโคตรไกล เจอ
กันที่ซีคอน หอข้าอยู่เพชรบุรี 6 -*- สี่ทุ่มครึ่ง ขึ้นลิฟต์
มาด้วยใจระห้อยโหย ความประหวั่นพรั่นพรึงโถมซัดเข้าใส่
โอ๊ยยย ถึงเร็ว ๆ สิฟะ !! กูกลัววววนะว้ออยยยย ฮือออ T^T
พอและ ๆ เด๋วว่าง ๆ จะมาอัพบรรยากาศในงาน...
KEANE : LIVE IN BKK !! *o*
8월 13일 เซ็งแสดดดดดย้ายสเปซแล้วเด้อ (เปลี่ยนเมล์เลยเปลี่ยนสเปซด้วย)
เซ็งว่ะ เปงหอยรายม่ะรุ อัพรูปไม่ได้ ชิ ๆๆๆ แสดดดดด
อัพรูปม่ได้ ก็ยางม่ะอัพเรื่องละกาน รอบล็อกหน้า เหอะ |
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|